
อภิไชย เย็นพูนสุข

เป็นตำนานนักแต่งเพลงรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง ที่ผมนิยมยกย่องหมดหัวใจ เขาคือ พี่ป้อม อภิไชย เย็นพูนสุข โปรดิวเซอร์มือทองในเพลงไทยยุค 90’s ของแกรมมี่อีกคนหนึ่ง
เป็นคนที่ผมจะไม่เขียนถึงไม่ได้เลย เพราะผลงานคำร้องของผมที่ทำร่วมกับทำนองของพี่ป้อม อภิไชย มันเป็นเพลงที่ทุกๆคนรัก หรือแอบหลงรักอยู่หลายๆเพลง เวลาที่ผมแต่งคำร้องบนทำนองของพี่ป้อม มันจะต้องมีความดีงามอะไรสักอย่างบังเกิดขึ้นเสมอ แม้กระทั่งในเพลงที่ไม่ใช่เพลงดัง แสดงว่ามันมีสองเคมีอันดีงามทำปฏิกิริยากัน เวลาที่ผมเขียนคำร้องเพลงบนทำนองของพี่ป้อม
พี่ป้อม เป็นรุ่นพี่ผมประมาณ 5-6 ปี เช่นเดียวกับพี่โอม ชาตรี ดังนั้น เมื่อมีโอกาสได้อยู่ในทีมแต่งเพลงเดียวกันภายใต้การดูแลของพี่เต๋อ พี่ดี้ ผมจึงไม่มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีสนิทสนมเหมือนกับกลุ่ม แว่น จักราวุธ, นัท ชนะ , เป็ด มนต์ชีพ, เดอะ มัสต์ กฤชยศ ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกัน สี่หนุ่มนักแต่งเพลงในวันวานนั้น..จะปีนขึ้นปีนลงกันนิดหน่อย ก็พอหยวนๆถือว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน แต่กับพี่ป้อมย่อมไม่ใช่!
วิธีการทำงานของฝ่ายทำนองในสมัยนั้น ก็จะนั่งแต่งเพลง ทำเดโมอยู่ที่บ้านหรือในห้องอัด ต้องอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ทางดนตรี ไม่ได้ออกไปตะลอนทัวร์แบบคนเขียนคำร้องอย่างผม ซึ่งมีแค่ Sound About หรือ CD. Walkman กับกระดาษ ปากกา ก็ไปนั่งแต่งเพลงริมทะเลได้ พี่ๆน้องๆที่สนิทกับผมจะเจอผมนั่งแต่งเพลงอยู่ที่ Burger King ข้างลิโด้ สยามแสควร์ เป็นเสมือนออฟฟิศส่วนตัวตั้งแต่บ่ายสองถึงห้าทุ่มในวันที่ไม่ได้เข้าแกรมมี่ ส่วนพี่ป้อมผมเดาว่าคงจะแต่งเพลงที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ จะได้พบปะพูดคุยกัน ก็ในวันที่พี่ป้อมเข้ามาส่งเพลง หรือมาอัพเดทภาพรวมงานในฐานะโปรดิวเซอร์ สรุปว่าทำงานร่วมกัน แต่หาความผูกพันกันในชีวิตประจำวันและไล้ฟ์สไตล์ไม่ได้เลย ไม่รวมที่พี่ป้อมเป็นแฟนหงส์ ส่วนผมเป็นแฟนเรือใบสีฟ้า
.jpeg)
เท่าที่ทราบคือนามสกุล เย็นพูนสุข กับ สุปัญโญ และ ลีละบุตร 3 นามสกุลนี้เขามีความเป็นญาติกัน และทั้งสามนามสกุลนี้หล่อหลอมรวมใจกันด้วยเสียงดนตรี และจริงจังจนเข้าถึงทักษะระดับสูงทางดนตรี ประสบความสำเร็จกันทุกคน ส่วนจะมีความเกี่ยวโยงกันยังไง ใครสงสัยต้องรบกวนทำการบ้านกันเอาเองนะครับ ผมจะไม่เขียนบทความในลักษณะที่สื่อมวลชนทำ แต่จะเล่าเฉพาะส่วนที่ผมเกี่ยวข้องหรือคิดยังไงกับเรื่องนั้น คนนั้น เล่าแบบอ่านไปยิ้มไป..
เส้นทางสายดนตรีของพี่ป้อม เท่าที่ทราบคือเคยเป็นสมาชิกวง Celebration ซึ่งหมายถึงพี่ป้อมเริ่มเล่นดนตรีมากับพี่อ้อม ชุมพล สุปัญโญ และพี่ติ๊ก ชิโร่ นั่นเอง เชื่อว่าพี่ป้อมคงมีโอกาสได้ไปทำงานกับทางค่ายนิธิทัศน์อยู่บ้าง ก่อนจะมาทำงานกับทีมแต่งเพลงแกรมมี่ ผมสารภาพว่าอยากรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับจังหวะชีวิตพี่ป้อมช่วงนี้ แต่ก็ไม่เคยมีจังหวะที่เหมาะสมจะถาม ขอชี้เป้าป้ายยาไว้ เผื่อมีสื่อไหนอยากจะไปถามโน่นถามนี่หรือสัมภาษณ์พี่ป้อมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าแกยินดีให้สัมภาษณ์หรือเล่าให้ฟังบ้าง ก็จะเติมเต็มความฟินให้กับแฟนผลงานเพลงไทยยุค 80’s เป็นอย่างมาก เพราะค่ายนิธิทัศน์ตอนนั้น มีทั้งวงอินโนเซ้นท์ แกรนด์เอ็กซ์ - พี่แจ้ ดนุพล และอื่นๆอีกมากมาย
ผมเริ่มรู้จักได้เห็นชื่อพี่ป้อมจากเครดิตผู้แต่งทำนองเพลง “หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ” ของพี่เบิร์ด อาจไม่ใช่แพลงแรกที่พี่ป้อมแต่งกับแกรมมี่ก็ได้นะครับ ผมแค่อ้างอิงในส่วนที่ผมรู้จัก
ทราบมาว่าพี่ป้อม เป็นสายดื่ม ตามสามัญลักษณะวิสัยของนักดนตรีทั่วไป ขออภัยที่ไม่สามารถระบุยี่ห้อเหล้าเบียร์และสถานที่ประจำได้ เพราะไม่เคยไปนั่งดื่มกินด้วย เดาว่ามันเป็นการเติมรสชาติให้ชีวิตมากกว่าที่จะติดจริง แค่ติดใจในบรรยากาศการกินดื่มกับเพื่อนฝูงเท่านั้น
พี่ป้อม จัดเป็นมือยิง แม่น สั่งได้ จิ๊กโก๋แถวบ้านผมเรียกมาตรฐานการทำงานอย่างพี่ป้อมว่า “เชื่อขนมกินได้” เมื่อได้รับ Brief ให้แต่งเพลง ส่วนใหญ่แทบทั้งหมดก็คือจะได้งานทำนองเพลงที่เพราะ มีโอกาสสูงที่จะเป็นเพลงฮิตได้ ได้ยินทำนองของพี่ป้อมแล้ว ไม่มีคนแต่งคำร้องคนไหนจะไม่อยากเขียน ดังนั้น ไม่เกินเลย ถ้าผมจะบอกว่า พี่ป้อมคือ “หนึ่งในตำนานทำนองเพลงฮิต” ในยุค 90’s สายแต่งคำร้องเพลงดังอย่างพี่ดี้ นิติพงษ์ หรือพี่นิ่ม สีฟ้า มีผลงานที่ทำกับพี่ป้อม เป็นเพลงฮิตร่วมกันมากมาย ขนาดผมเป็นรุ่นปีที่ 7 ของแกรมมี่ ยังมีงานที่ถือว่าเป็นเพลงดีเพลงดังกับพี่ป้อมอยู่ไม่น้อย รายชื่อเพลงที่ผมแต่งคำร้องบนทำนองของพี่ป้อม มีดังนี้ครับ
6. วันหนึ่ง วันนี้ - เบิร์ด ธงไชย (Ost.วันนี้ที่รอคอย)
15. ความฝันของต้นหญ้า - พลอย ณัฐชา
16. หน่อมแน้มไปหน่อย - บิลลี่ (แต่งคำร้องร่วม จักราวุธ)
17. เหลือไว้คนเดียว - มอส (แต่งคำร้องร่วม วรัชยา)

ผมอดที่จะภูมิใจไม่ได้ กับเพลงที่ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับพี่ป้อม
“วิมานดิน” กลายเป็นเพลงสำคัญในชีวิตของพี่ตู่ นันทิดา ไม่ร้องห้ามกลับ 55
“คู่แท้” นอกจากจะเป็นเพลงชาติงานแต่งงานในยุคสมัยหนึ่งแล้ว ทุกๆครั้งที่พี่เบิร์ดร้องในคอนเสิร์ตโดยเฉพาะครั้งหลังๆ มันกำลังขยับขยายความหมายเป็น “พี่เบิร์ดเป็นคู่แท้ของแฟนเพลง” เข้าไปทุกที คือบรรยากาศมันอบอุ่น..ได้มากๆ
“ยังยินดี..ครับเพื่อน” เป็นเพลงซึ้ง เพลงสำคัญของวง U.H.T. ร้องเสร็จเข้าหลังเวทีมีน้ำตาท่วม
“เก็บมันเอาไว้” เป็นเพลงบวกๆ ที่ เจ เจตริน เอาไว้ร้องส่องไฟมือถือกับแฟนเพลง
“วันหนึ่งวันนี้” สมัยละคร “วันนี้ที่รอคอย” ที่พี่เบิร์ดเล่นเป็นพระเอก มันเป็นเพลงประกอบละครที่ผ่านบ้านไหนก็ต้องได้ยิน และขึ้นถึงอันดับหนึ่งของ Green Wave
“ถนนสายนี้” ให้คนอ่านโพสต์นี้เม้นท์บอกหน่อย....แต่ผมว่ามันสวยงามนะ “ที่ถนนสายนี้ ไม่มีแยกใด ให้ฉันได้คืนสู่หัวใจเธอ...”
มีอีกสามเพลงที่ผมเขียนเองชอบเอง เราอวดเก่งจะโทษใคร ไม่ใช่เพลงดัง แต่ขออนุญาตแปะลิ้งค์ไว้ เผื่อใครอยากจะเข้าไปฟังกันนะครับ
- ท้องฟ้าที่แคบลง (นิโคล) ความทรงจำวัยเยาว์ ภาษาสวยงาม และโคตรจริง
- Invisible (คริสติน่า) สมมติไปว่าผู้หญิงล่องหนได้ แล้วเข้าไปส่องผู้ชายที่ตัวเองรัก ใครไม่เคยฟังถือว่าพลาด ผมชอบทุกประโยคที่ดำเนินไปในการเขียนเพลงนี้
- หยาดฝนบนเปลวไฟ (นันทิดา) เพลงมันจังหวะตุ๊มๆต่อมๆ เซ็กซี่ เร้าใจ มันควรไปอยู่ในหนังล่าแวมไพร์ ของ Quentin Tarantino นะครับ
เล่าต่อว่า พี่ป้อมเป็นคนพูดน้อยถึงน้อยมาก แต่ผมรู้สึกทึ่งในความสามารถในการแต่งเพลงที่ราวกับ “สั่งได้” ของพี่ป้อมอยู่หลายครั้ง จะยกตัวอย่างนะครับ เมื่อได้รับ Brief ให้แต่งทำนองเพลงให้ศิลปินคนหนึ่งแบบด่วนๆตอนสองทุ่ม โดยที่ สิบโมงเช้าพรุ่งนี้ มีนัดประชุมเพื่อที่จะฟังทำนองเพลงนี้ ผมก็เห็นหลังเลิกประชุมสี่ทุ่มกว่าๆพี่ป้อมก็ออกไปนั่งกินข้าวและดื่มกับกลุ่มเพื่อนๆฝ่ายทำนองด้วยกัน ผมไม่รู้ว่าพี่ป้อมจะกลับบ้านแล้วเริ่มแต่งเพลงนั้นกี่โมง แต่สิบโมงเช้าอีกวัน เราก็ได้เดโมทำนองเพลงจากพี่ป้อมมาฟังกัน และมันก็เพราะจริง ถึงไม่ได้เรียบเรียงดนตรีมาแบบละเอียด แต่โครงสร้างเพลงมันบอกว่าได้แล้ว และฟังดี.. จะบอกว่ามันไม่ได้เป็นแบบนี้ให้ผมเห็นครั้งเดียวนะครับ ผมถึงได้แอบเรียกพี่ป้อมว่า “มือยิง” คือโป้งเดียวจบ ทีเดียวผ่าน คุณคงไม่คิดหรอกนะครับ ว่าการส่งเพลงผ่านที่ประชุมแกรมมี่ซึ่งมีหลายฝ่ายหลายคน..มากหมอ..มากความ เจ๊กลากไป ไทยลากมา อเมริกาสั่งรื้อ กว่าเพลงจะผ่านด่าน มันไม่ใช่ง่ายๆ แต่สำหรับคนที่ได้แล้ว มันก็ได้จริงๆนั่นแหละ
พี่ป้อม เป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดีระดับสมควรได้ถ้วย เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน เป็นพี่ที่ดีของน้องๆ เป็นครูที่ไม่เคยหวงวิชากับลูกศิษย์ มีความเป็นป๋าดันอยู่ในจิตวิญญาณ จำได้ว่าช่วงโควิด อยู่ดีๆผมก็นึกอยากจะทำเพลงเพื่อให้กำลังใจผู้คนขึ้นมา ผมโทรหาใหม่ เจริญปุระ ชวนใหม่มาร้องเพลงที่ผมแต่ง แต่นาทีนั้นแทบทุกคนรักตัวกลัวตาย กลัวผีไวรัสโควิด 19 กลัวจะนำความเดือดร้อนมาให้คนในครอบครัว ผมก็ได้อาศัยพี่ป้อมนี่แหละ ที่ยอมให้ผมเข้าไปใช้ห้องอัดในครั้งนั้นได้ โดยนอกจากจะไม่คิดค่าห้องอัดแล้ว หันซ้ายหันขวาไม่มีใคร ยังยอมเป็น Sound Engineers กดอัดเสียงใหม่ร้องให้ด้วย ชื่อเพลง “ด้วยรักและรอยยิ้ม”
ความช่วยเหลือครั้งนั้น แทนคำอธิบายทุกอย่าง น้ำจิตน้ำใจ ความเป็นพี่เป็นน้อง ความไม่ถือตัวของพี่ป้อม จะว่าไป..นิสัยที่น่ารักของพี่ป้อม เป็นที่รับรู้กันทั้งวงการครับ คิดเล่นๆว่าถ้าพี่ป้อมไปอยู่วงการพระเครื่อง หรือวงการก่อสร้าง คนก็จะยังรักอยู่ดี นอกจากจะเป็นโปรดิวเซอร์ ให้ใหม่ มอส ฯลฯ แต่งเพลงให้ศิลปินมากมายแล้ว เพลงในวาระพิเศษสำคัญ เช่น เพลงเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่าง ต้นไม้ของพ่อ , รูปที่มีทุกบ้าน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นทำนองของพี่ป้อม อภิไชย แสดงถึงระดับความไว้วางใจในการมอบหมายงานสำคัญระดับชาติให้พี่ป้อมเป็นคนทำ
ผลงานเพลงฮิตที่พี่ป้อม สร้างสรรค์ไว้กับศิลปินชายหญิงและกลุ่ม ทั้งในฐานะโปรดิวเซอร์ และผู้แต่งทำนอง มีมากมาย เช่น รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง, , หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ, กดดัน, ขอจันทร์, ควันไฟ, ไม่เห็นใครแน่นอน, พักตรงนี้, ไม่อยากให้เธอรู้, รุนแรงเหลือเกิน, ฝากรอยเท้า, เวียนหัว, อดทนไว้, อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ, ควักหัวใจ, ไม่มีปัญหา, ขอโทษที่กวนใจ, เธอ, อย่าให้เขารู้ ฯลฯ
รายชื่อผลงานเพลงของพี่ป้อมที่ผมลงเครดิตไว้ เป็นช่วงสิบปีแรกของแกรมมี่เท่านั้น ใครที่ชอบเพลงอื่นๆที่พี่ป้อมแต่งทำนองไว้ เอามาแชร์แบ่งปันกันเพิ่มเติมได้นะครับ ผมเชื่อว่าทุกๆคนที่รักเพลงไทย มีความทรงจำดีๆในชีวิตผุดพร่างพรายขึ้นมา เมื่อได้ยินบทเพลงเหล่านี้ ทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนผม..ขอบคุณนะครับพี่ป้อม...
